ปายดินแดนในฝัน ชั้นได้ไปแว้ววว(end)
posted on 23 Dec 2007 00:56 by lamaiเช้าวันรุ่งขึ้นเป็นวันที่ 2 ของการเดินทางมาปายเจ้าคะ
เช้านี้อากาศดีมาก จนแทบจะไม่อยากตื่นเลย ได้ยินเสียงบ้านข้างๆ ตั้งแต่ไก่โห่ มารู้ทีหลังว่าเค้ามากันตั้ง 10 คนแหน่ะ เป็นรถตู้กันมาเลยทีเดียว เช้านี้น้องเวย์ โทรศัพท์มาบอกว่าจะมาถึงตอนเที่ยงๆ ก็เลยกะว่า งั้นตอนเช้าชั้นก็ chill chill ไปก่อนแล้วกัน
หลังจากถ่ายภาพสำรวจรอบบ้านเสร็จก็เดินออกมาเรื่อยๆ เพื่อไปที่ถนนคนเดิน Pailin house ไม่ได้ไกลจากถนนคนเดินซักเท่าไหร่เลยค่ะ เดินไม่ทันเหนื่อย เหงื่อยังไม่ออก ก็มาถึงถนนคนเดินแล้ว ชั้นใช้เวลาสำรวจไม่นานนักเพราะว่าได้เดินดูแล้วตั้งแต่เมื่อคืน ก็เลยพอนึกออกแล้วว่าจะไปที่ไหนบ้าง เริ่มจากการเดินเข้าไปร้านมิตรไทย ที่เรียกได้ว่าเป็นเหมือน logo ของปายไปซะแล้ว ขนาดชั้นมาตอนเช้า คนก็ไม่ได้ลดน้อยลงจากเมื่อคืนเลยค่ะ แต่ก็ยังพอแทรกตัวเข้าไปได้เหมือนกัน เดินวนๆ อยู่ 2-3 รอบ ชั้นก็ได้ทั้งของฝากและของสำหรับตัวเอง ไม่ใช่อะไรหรอกค่ะ ก็โปสการ์ดนี้แหล่ะ เขียนกันอย่างจุใจเลยทีเดียว แถมยังได้เจอ คุณป๊อป หรือน้องป๊อปของใครหลายต่อหลายคน แต่ไม่ได้ถ่ายรูปไว้นะคะ เพราะคิดว่าเค้าคงอยากมีเวลาเป็นส่วนตัว ไอ้เราก็ไม่ใช่พวกบ้าดาราซะด้วย ก็เลยมองเธอด้วยสายตาแห่งความอิจฉาปนๆ กับความชื่นชมในความเก่ง แล้วก็ปล่อยเธอไป (อิอิ ซึ่งเธอก็เดินของเธอไปเองแหล่ะ ชั้นก็ได้แต่มองตาม...) ชั้นได้มีโอกาสถ่ายรูปกับเจ้าของร้านมิตรไทยด้วยค่ะ ชื่อพี่ "กั๋ม" พี่เค้าน่ารักนะคะ ต้อนรับลูกค้าด้วยสีหน้ายิ้มแย้มตลอดเลย ตอนแรกชั้นก็ขอถ่ายรูปพี่เค้าไว้เป็นที่ระลึกนั่นแหล่ะ แต่ไปๆ มาๆ พี่เค้าก็บอกว่ามาถ่ายด้วยกันเลย ก็เลยได้ภาพนี้มาค่ะ...
ออกจากร้านมิตรไทย ทุกคนก็มักจะเดินข้ามมาฝั่งตรงข้าม ร้านนี้เมื่อคืนนี้เค้าไม่ได้เปิดค่ะ คงเพราะว่าชั้นมาถึงดึกแล้วมั้งคะ ร้านก็เลยปิดไป ร้านนีชื่อ All about coffee ค่ะ เป็นอีกร้านนึงที่คนที่มาปายทุกคนจะต้องมาทานอาหารและชิมกาแฟกันที่นี่ แต่เนื่องจากว่าชั้นเองเป็นคนไม่กินกาแฟอยู่เลย มื้อเช้าวันนี้ก็เลยอิ่มอร่อยด้วยน้ำพริกอ่องทูน่าที่เขียนในเมนูว่าเป็น 1 ในเมนูเด็ดของร้านแล้วก็ชาลิปตันธรรมดานี่แหล่ะค่ะ แต่พอได้จิบชายามเช้าที่อากาศเย็นๆ แหม มันช่างได้รสชาติดีเสียนี่กะไร
ถ้าคุณจะมาร้าน All about coffee ก็มาทานอาหารเช้าที่นี่ได้เลยค่ะ เค้าเปิดตอน 8 โมงครึ่งค่ะ เจ้าของร้านพี่ผู้หญิงชื่อวัต นะคะ ชื่อแมนมากเลย มารู้ชื่อพี่เค้าทีหลังค่ะ เพราะน้องโน้ตบอกมา ก็ยังนึกอยู่ว่า อืมย์แมนจริงๆ
สิ่งที่ควรทำอีกอย่างเมื่อมาถึงปายคือการนั่งเขียนโปสการ์ดนะคะ ถ้าคุณเป็นคนชอบขีดๆ เขียนๆ การได้นั่งจิบชา(หรือกาแฟ) มองบรรยากาศยามเช้าสงบๆ แล้วก็นั่งเขียนโปสการ์ดไป แหม...มันซู้ดยอดจริงๆเจ้า ชั้นก็ได้นั่งทำแบบนั้นเหมือนกัน พร้อมกับ Postcard ที่ซื้อมาไม่ต่ำกว่าสิบใบ เขียนกันไป เพลินกันไป แล้วก็ได้เขียนถึงตัวเองมากที่สุดเท่าที่เคยเขียนมาเลยค่ะ นี่แหล่ะค่ะ 1 ในภารกิจที่ชั้นตั้งใจว่าจะมาทำ แล้วก็ลุล่วงไปแล้ว .....
นั่งจิบชาได้ไม่นาน น้องเวย์ก็มาถึงพร้อมกับที่ชั้นจะมีคนขี่มอเตอร์ไซดพาเที่ยวแล้วล่ะ วันนี้เป็นการเที่ยวตามแผนที่กันจริงๆ ค่ะ เราได้แผนที่จากบ้านไพลินของพี่ไพลิน แล้วเราก็ลุยกันตามนั้น น้องเวย์เป็นสารถีที่ดีมากค่ะ อยากไปไหนชั้นก็ทำแค่จิ้มๆไปว่าอยากไปที่นั่นที่นี่ น้องก็ขี่มอเตอร์ไซด์ไปให้...น่ารักที่สุด
เราได้ไปดูประตูเวียงเหนือ ที่หากใครได้ไป แล้วมัวแต่เพลิดเพลินกับบรรยากาศรอบกายก็คงไม่ได้สังเกตแน่ๆ ค่ะว่าได้ลอดซุ้มประตูเวียงเหนือมาแล้ว เพราะ....เอ่อ...แบบว่า อนุรักษ์ของเก่ากันมากเลยค่ะ จนแทบมองไม่เห็นความเป็นประตูเมือง คุณตุ้ม ลูกสาวของพี่ตุ๋ยเจ้าของรีสอร์ต บ้านไม้คนเมือง ที่ชั้นได้พักในคืนที่ 2 เป็นคนเล่าให้ฟังว่า คนในแถบเวียงเหนือเป็นคนปายแท้ๆ เรียกได้ว่าเป็นคนพื้นเมืองของที่นี่เลยก็ว่าได้ เพราะฉะนั้นหากได้ไปดูประตูเวียงเหนือก็เหมือนได้ไปประตูเมืองเก่าแก่ของปายนั่นแหล่ะค่ะ นี่ก็เลยเป็นที่มาว่าทำไมชั้นถึงต้องดั้นด้นไปให้เห็นให้ได้ 555 แต่ไม่ได้เก็บภาพมาให้ดูนะคะ เพราะว่ามัวแต่เพลินไง ก็เลยเห็นแวบๆ แล้วเราก็ขี่มอเตอร์ไซด์ผานไปโดยไม่ได้สังเกต เฮ้อ!
ที่ต่อมาที่เราได้ไปคือ บ้านสันติชล เพราะชั้นวางแผนไว้ว่าชั้นจะต้องมากินขาหมูยูนานให้ได้ แล้วก็สมใจ
เราขี่มอเตอร์ไซด์กันมาจนถึงหมู่บ้านสันติชล ซึ่งเป็นหมู่บ้านวัฒนธรรมของชาวจีนยูนาน และน่าจะเป็นความโชคดีของเราก็ว่าได้ ชั้นได้พูดคุยกับพี่สามีภรรยาคู่นึง ที่จนบัดนี้ชั้นก็ไม่รู้ว่าพี่เค้าชื่ออะไรนะคะ รู้แต่ว่าใจดีเป็นที่สุด เราได้นั่งกินอาหารเที่ยงโต๊ะติดกัน เราสั่งอาหารคล้ายๆ กัน ก็เลยได้นั่งคุยกันไปบ้างเล็กน้อย แล้วพี่ทั้งคู่เค้าก็พักค้างคืนที่สันติชล 1 คืนค่ะ เราก็เลยมีโอกาสได้เข้าไปเดินเล่นๆ ในบ้านพักเค้า บ้านที่นี่เป็นบ้านดินค่ะ ข้างในเย็นมากเลย ชั้นก็มาได้ความรู้ว่าบ้านดินนั้น ตอนที่อากาศข้างนอกร้อน ข้างในบ้านจะเย็น แต่เมื่อข้างนอกบ้านอากาศเย็นลง คนที่อยู่ในบ้านดินจะอบอุ่น เพราะดินที่เก็บความร้อนตลอดทั้งวันจะคายความร้อนออกมาให้ ซึ่งความรู้เหล่านี้ได้มาจากพี่บุญหล่อค่ะ พี่เค้าเป็นหัวหน้าหมู่บ้านสันติชล เป็นคนที่รวบรวมและก่อตั้งจนเกิดเป็นหมู่บ้านนี้ขึ้นมา พี่บุญหล่อเล่าประวัติความเป็นมามากมายของบ้านสันติชล แต่สิ่งนึงที่ชั้นได้คือ คนเราจะเป็นคนดีหรือเป็นคนชั่ว อยู่ที่เราเลือกเองทั้งนั้นแหล่ะค่ะ ไม่มีใครมาบังคับได้หรอก พี่บุญหล่อเป็นคนที่เลือกเป็นคนดี และก็ต่อสู้เพื่อการเป็นคนดี จนได้เกิดเป็นหมู่บ้านสันติชลนี้ขึ้นมาแหล่ะค่ะ
เลยจากหมู่บ้านสันติชลมาไม่ไกลนักก็เป็นน้ำตกหมอแปง มีวัยรุ่นและฝรั่งมาอาบน้ำตกกันเต็มเลยค่ะ น้ำตกไม่ได้ใหญ่มาก น้ำก็พอมี แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ ที่นี่มีทหารมาเฝ้าเวรยามด้วยล่ะ สงสัยว่าเป็นเพราะว่าอยู่ไกลมั้งคะ ก็เลยมีทหารเข้ามาประจำการดูแลตรวจตราความสงบ ก็ได้บรรยากาศอีกแบบเที่ยวน้ำตกแบบนี้ทหาร 555
ช่วงบ่ายเราก็กลับมาที่โรงแรมกันหลังจากออกไปตระเวนหาที่พักให้กับน้องเวย์ในวันรุ่งขึ้น เพราะวันรุ่งขึ้นชั้นก็จะกลับแล้ว น้องจะอยู่ต่อก็เลยต้อง walk in หาที่พักกัน ชั้นก็กลับมาอ่านหนังสือนั่งเล่นรออยู่ที่บ้านไม้คนเมือง บ้านน่ารักดีค่ะ ดูมีความศิวิไลต์ดี 555 แต่ว่าไม่มีทีวีนะคะ คนที่ติดทีวีก็อาจจะแย่หน่อย แต่ชั้นก็มี่บ้านที่รู้สึกเหงาๆ แต่ก็พอไหว อยู่ได้ ไม่ลำบากอะไร
คืนนั้นเราได้ลอยโคมกันด้วยค่ะ เป็นความรู้สึกแปลกๆดี น้องเวย์ให้ชั้นเป็นคนลอยแล้วก็ให้อธิษฐาน ชั้นอธิษฐานหลายอย่าง รวมทั้งขอให้แม่มีความสุขด้วย ... คิดถึงแม่คะ
เช้าวันรุ่งขึ้นเป็นวันที่ชั้นต้องเดินทางกลับแล้ว เราได้ขี่รถไปเที่ยวกันอีกเล็กน้อยตอนเช้า เราได้ผ่านวัดแห่งนึง เงียบสงบมาก แต่สิ่งที่ดึงดูดชั้น คือความสวยงามของวัดค่ะ เป็นวันที่มีลายวาด ศิลปะชาวบ้านที่สวยมากอีกวัดนึงเลย ชื่อว่า "วัดบ้านนาจลอง" ไม่ต้องบอกก็คงทราบว่าเป็นวัดประจำหมู่บ้าน
และก็โชคดีอีกนั่นแหล่ะค่ะ เพราะคนที่เราเจอที่วัดคือคนที่วาดภาพและปั้นรูปปั้นต่างๆในโบสถนั่นเอง ชื่อพี่แดงค่ะ เราคุยกันนานทีเดียวจนรู้ว่าพี่แดงเป็นช่างปั้นขึ้นชื่อของอ.ปาย รูปปั้นในวัดต่างๆ ก็มาจากฝีมือของพี่แดงทั้งนั้นแหล่ะค่ะ พี่แดงบอกว่าเค้าเองเป็นคนเชียงใหม่แต่ติดใจความสงบของเมืองปายก็เลยตัดสินใจมาอยู่ปาย พี่เค้ายังชวนไปนอนเล่นที่บ้านเลยค่ะ แต่น่าเสียดายเพราะว่าตอนบ่ายวันนี้ชั้นก็ต้องกลับแล้วก็เลยบอกว่าให้น้องเวย์ว่างๆ ก็ไปนอนเล่นบ้านพี่แดงก็แล้วกัน แต่ไม่รู้ว่าเค้าไปหรือเปล่านะคะ ...
พี่แดงเค้ามีที่ดินอยู่กว่า 5 ไร่ แล้วก็เห็นบอกว่าอยากทำเป็น homestay เอาไว้ให้แขกมาพักเล็กๆ ชั้นฟังแล้วก็รู้สึกว่านี่แหล่ะคือบั้นปลายชีวิตของชั้นเหมือนกัน ทำ Homestay เล็กๆ เอาให้เราดูแลได้ แค่นั้นแหล่ะ ก็อยู่ได้แล้ว
บ่ายวันที่ 5 ชั้นเดินทางกลับกรุงเทพฯด้วยความรู้สึกอิ่มสุข ชอบจัง ชอบบรรยากาศเงียบๆแบบนี้ ชอบที่ได้นั่งเขียนโปสการ์ดระบายความรู้สึกมากมาย และ...ได้คิดถึงคนที่คิดถึง ได้ส่งความรู้สึกถึงบรรดาคนเหล่านั้นด้วยความคิดถึงที่มีอยู่ นี่แหล่ะ ปายดินแดนในฝัน ชั้นได้ไปแว้วววววว
หนาวหน้าจะมาอีกนะ...
edit @ 23 Dec 2007 02:55:42 by ชีวิตบนทางแยก

ขอบคุณนค่ะที่มาเล่าให้ฟัง
#1 By ผู้หญิงที่หลงรักพระจันทร์ on 2007-12-23 02:14