ตั้งท่าจะดูเรื่องนี้อยู่หลายวัน ผ่านกันไปก็ผ่านกันมา จนได้ดูในที่สุด เมื่อวานนี้ (นั่งดูอยู่คนเดียวอีกตามเคย) ถ้าใครที่ชื่นชอบ Jay Chou ฉันเชื่อว่าคงได้อ่านเรื่องย่อ comment และอีกหลายๆกระทู้ เหมือนอย่างใน pantip นี้ก็เหมือนกันใช่มั้ยคะ http://www.pantip.com/cafe/chalermthai/topic/A6007356/A6007356.html

 ฉันก็ได้เข้าไปอ่านเหมือนกัน แต่อ่านไม่จบหรอกค่ะ 55  หลายคนก็ให้มุมมองแบบสมเหตุสมผล ยกเอาหลักตรรกะกันมาเลยทีเดียว แต่สำหรับชั้นไม่ได้คิดจะเปรียบเทียบเรื่องนี้กับอะไร แค่คิดว่า ดูจบแล้วชอบมั้ย
แค่นั้นก็พอ
 ตอนต้นเรื่องสิ่งที่ชอบที่สุด อาจจะตรงกันข้ามกับหลายคนที่เขียนในกระทู้มั้งคะ เพราะฉันชอบตอนที่แข่งเปียโนที่สุด รู้สึกว่า "โอ้แม่เจ้า เก่งอย่างงั้นจริงๆ ดิ" ^O^  เพราะเก่งมั่กๆ รัวนิ้วกันพริ้วไสว ทีเดียว ฉันก็เคยเรียนเปียโนอยู่ชั่วแวป รู้เหมือนกันว่ากว่าจะเล่นได้ขนาดนี้เนี้ย ไม่ใช่ง่ายๆ เลย ก็เลยเดาว่าทั้ง Jay Chou และนักแสดงสมทบที่เล่นเป็น เจ้าชายเปียโน (ตามชื่อที่เค้าพากษ์ไทยมานะคะ) ก็คงต้องเก่งจริงๆ แหล่ะ แต่แหม ไอ้ที่ขัดใจสุดก็คงเป็นเรื่องพากษ์นี่แหล่ะ เพราะว่าฉันลองสำรวจดูแล้วทุกโรง เป็น Subtitle Thai หมด สงสัยเค้าคงจะกลัวคนดูเรื่องนี้แล้วไม่รู้เรื่องมั้ง...เฮ่อ..น่าเสียดาย อยากดู Soundtrack จัง

ว่ากันต่อดีกว่าค่ะ พอดูไปเรื่อยๆ พระเอกเริ่มเจอกับนางเอก เริ่มจีบกัน เริ่มรักกัน จนเริ่มค้นพบความลับ ตอนแรกฉันก็เข้าใจว่าเป็นหนังผีแหง่มแหง่ม (เดาทางได้ว่างั้น) แต่อ้าว...ไม่ใช่แฮ่ะ กลายเป็นย้อนเวลา..อุ้ยตาย ลืมตัว มีใครที่หลวมตัวอ่านมาถึงตรงนี้ ทั้งๆที่ตั้งใจจะไปดูบ้างค่ะ ถ้ามีก็ต้องขออภัยอย่างสูง เอาเป็นว่า รู้แล้วก็แล้วกันว่าเป็นเรื่องของการย้อนเวลา 5555

ทั้ง 2 คน ต่างก็มีหลายสิ่งที่เชื่อมโยงเข้าด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น ความสามารถทางเปียโน เพลงที่ชอบเพลงเดียวกัน หรือแม้แต่ห้องซ้อมเปียโน แต่บางอย่างในเรื่องก็ทำให้สงสัยว่าเอ๊ะทำไมเป็นอย่างนั้น ทำไมเป็นอย่างนี้อยู่เหมือนกันนะคะ อย่างเรื่องของโน้ตเพลงที่ Jay Chou อุตสาห์แข่งเปียโนเพื่อเอามาให้นางเอกนั้น นางเอกบอกมาเมื่อไหร่หว่าว่าอยากได้ แต่ก็เอาหน่ะ ถูๆไถๆ กันไปว่า..เอาหน่ะ พระเอกคงรู้ใจ (ว่ากันซื่อๆ แบบนี้แหล่ะ)

น้ำตาหยดน้อยของฉันไหลออกมาตอนที่เป็นฉากเกือบจบแล้ว ตอนที่ต่างก็สารภาพรักต่อกัน อยู่บนโต๊ะตัวเดียวกัน แต่ต่างกันในห้วงเวลา ทั้งคู่ต่างอยู่ในห้วงเวลาของตัวเอง Jay Chou รู้ความรักของนางเอก แต่นางเอก (คนที่อยากได้ยินคำว่ารักจาก Jay Chou มากที่สุด) กลับไม่ได้เห็นความรักนั้น ออกจากโรงหนังก็ยังมานั่งคิดต่อ ว่าทำไมนางเอกถึงไม่เห็นตัวหนังสือที่ Jay Chou เขียนตอบ เพิ่งมาถึงบางอ้อ ก็ตอนที่นั่งเขียน blog นี้แหล่ะค่ะ ว่านางเอกจะเห็นได้อย่างไร ก็ตัวเค้าอยู่ในอดีต แต่พระเอกอยู่ในโลกอนาคต สิ่งที่ทำให้อดีตก็ต้องเห็นผลในอนาคต แต่ไม่มีทางใดที่สิ่งที่ทำให้อนาคตจะเห็นย้อนกลับไปในอดีตได้หรอก เหมือนที่เค้าบอกว่าสายน้ำไม่ไหลกลับ อดีตไม่หวนคืนนั่นแหล่ะ .... เพิ่งเข้าใจ ....

เดินออกจากโรงภาพยนตร์ (ที่หนาวมากๆ) ด้วยความรู้สึก...เฮ่อ...อิ่มจัง  อิ่มจากความรักของคนสองคน ที่ต่างกันในบางเรื่องและเหมือนกันในบางเรื่อง แต่ทั้งคู่ที่เรียกได้ว่าอยู่กันไกลเกินกว่าคำว่าคนละขอบฟ้าอีก กลับมาพบกันได้จริงๆ ด้วย "Secret"

งานนี้ต้องยอมรับว่าหนังเรื่องแรกของ Jay Chou ไม่ได้ขี้เหร่เลยค่ะ เก่งไม่ใช่เล่นเลยค่ะ แต่สิ่งที่ทำให้สงสัยต่อมาคือ เอ๊ะ...เค้าเอา plot เรื่องนี้มาจากไหนนะ เดินคิดมาตลอดทางจนถึงรถ...หยิบ Leaflet หนังเรื่องนี้มาอ่าน...อ่านไปเรื่อยๆ จนถึงประโยคนึง เค้าบอกว่า ..."เค้ากล่าวกันว่าหนังเรื่องนี้มีที่มามาจากความรักครั้งแรกของ Jay Chou".... หรือนี่จะเป็น Secret จริงๆ ของเค้ากันแน่นะ...

edit @ 10 Dec 2007 02:31:02 by ชีวิตบนทางแยก

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ว้ายยยย ชอบเจย์มากค้าcry
ตอนที่เล่นอินนีเชียลดีก้อเท่มาก

เรื่องนี้ไม่พลาดแน่นอน

#1 By Darkside Emotion on 2007-11-20 20:39

สวัสดีครับ

ส่วนตัวแล้วชอบหลุนเหม่ย(นางเอก)
ตั้งแต่สมัย Blue Gate Crossing ล่ะ
พอมาดูเรื่องนี้ยิ่งชอบไปใหญ่
หนังสนุก ซึ้งครับ

#2 By 11 on 2009-03-09 19:15