posted on 08 Apr 2009 00:36 by lamai
ห่างหายไม่ได้เจอกันซักพัก คิดถึงกันมั่งมั้ยเนี้ย 555 ถามไปโดยที่ไม่รู้ว่าถามใครนะคะ หวังแค่ว่าจะมีคนแวะเวียนมาอ่าน journal กันอยู่เรื่อยๆ ก็แล้วกันค่ะ ยินดีต้อนรับกลับมาค่ะ
ช่วงที่หายไปชีวิตวุ่นวายกับภาระการงานไม่น้อย เหนื่อยจนไม่รู้จะพูดคำว่าอะไรให้สมกับคำว่า "เหนื่อย..โค ตะ ระ เหนื่อย" 555
วันนี้ได้ฤกษ์กลับมาเรียบเรียงสติที่ใกล้จะขาดผึ่งเข้าไปทุกวัน เวลาที่เดินไปช้าๆ กับการงานที่มากล้นจนไม่รู้จะทำยังไงให้ทัน จนถึงกระทั่งต้องนั่งนิ่งๆ แล้วคิด คิด คิด ว่าชีวิตทุกวันนี้เคยมีความสุขกับงานที่ทำที่เคยเป็น ตอนนี้ยังเป็นอยู่มั้ย ?
คำตอบมันผุดในใจว่า...ไม่ เว้ย!!!! ซึ่งน่ากลัวมาก เคยกลัวตัวเองแบบนี้มั้ยคะ? ถามคำถามที่หัวใจคิดว่าจะตอบได้ดีกว่านี้ แต่กลับมีคำตอบแบบนี้กลับมา ก็เลยต้องย้อนคิดว่าจริงๆ เกิดอะไรขึ้นกับเรา วันนี้ชั้นมีคำบัญญัติใหม่มา 1 คำ "office-phobia"
อาการคือ ...
1. เริ่มตัวชา เมื่อก้าวขาเข้าออฟฟิศ
2. หงุดหงิดกับทุกเรื่องที่ผ่านเข้ามาในโสตประสาท
3. อาการร่าเริงเมื่อได้เดินจากออฟฟิศไป
4. อาการยับยั้งช่างใจ ในการแก้ไขปัญหาลดลง
5. ขั้นโคม่าคือ "ปิดโทรศัพท์หนีดีก่า"
ซึ่งอาการของชั้นผ่านมาแล้ว 4 ขั้น โดยที่รู้สึกว่าขั้นที่ 5 มันกำลังจะตามมาเร็วๆนี้
เพราะฉะนั้นก่อนที่อะไรจะเลยเถิด ชั้นเลยต้องหยุดทุกอย่างไว้แค่นี้ หาที่ระบายซะ แต่ก็ยังไม่ได้จุดระบายที่ดีนัก นอกจากค่อยๆ ร้อยเรียงความรู้สึก กลั่นออกมาเป็นตัวอักษร บรรยายให้เพื่อนๆ ได้รับรู้ เผื่อเราจะได้ช่วยกันแชร์ความคิดได้นะคะ หากใครที่มีอาการแบบนี้อยู่ ช่วยบอกทีค่ะ ว่า "office-phobia" คนล่าสุดคนนี้ควรทำตัวอย่างไร?
edit @ 8 Apr 2009 00:51:14 by A-ki
posted on 25 Jan 2009 21:59 by lamai
มีคนเขียนคำนี้ไว้ที่ไหนซักแห่ง จำไม่ได้แล้วค่ะ จำได้แต่ว่า "โห...สุดยอด" ด่ากันเลยดีกว่ามั้ย?
ที่โปรยหัวแบบนี้เพราะว่าเมื่อวันศุกร์เป็นวันที่ชั้นเลิกงานอย่างสบายใจ ไม่ได้วุ่นวายกับชีวิตการทำงานมากมายนัก แล้วก็ตัดสินใจขับรถเล่นๆ ออกมาหาซื้อของแถวๆ เลียบทางด่วนกับเพื่อนซี้ เส้นทางการจราจรก็ไม่ได้มีอารายผิดแปลกไปจากเดิมๆ ที่เคยขับแต่คงเพราะว่าสมองของชั้นมันโล่งจากหน้าที่การงานล่ะมั่งทำให้มีเวลาใส่ใจคนบนท้องถนนมากยิ่งขึ้น
วินัยการจราจรที่เค้าพูดๆกัน เป็นสิ่งที่ฝึกกันไม่ได้จริงๆ ค่ะ เพราะว่าหากคิดดูแล้ว กว่าที่เราจะสามารถขับรถออกมาเฉิดฉายบนท้องถนน เราก็ต้องผ่านการสอบใบขับขี่ (จะสอบเองหรือจ่ายเงินสอบก็พอกันค่ะ) เราก็ต้องศึกษาและรู้วินัยในการขับขี่ยานยนต์กันมาพอสมควร แต่เมื่อได้มาลั้นลา โลดแล่นบนท้องถนนแล้ว..ไม่น่าเชื่อ! บางคนเกิดอาการความจำเสื่อมถาวร ไอ้ที่เคยอ่านๆ เรื่องการแซง การเลี้ยว การขับรถเลนขวา แซงเลนซ้าย ผิดถูกอย่างไร จำกันไม่ได้ซะงั้น !!!
ตลอดเส้นทางที่ขับรถออกจากออฟฟิศ (แถวอโศก) จนเดินทางมาถึงโลตัส เลียบทางด่วน ชั้นพบเจอคนขับรถเหมือนคนความจำเสื่อม...เยอะแยะมากมาย ซ้ำบางคนนอกจากจะมีอาการความจำเสื่อมแล้ว ยังมีอาการทางประสาทพ่วงไปด้วย คือประสาทเสีย ขับรถฉวัดเฉวียน เหมือนกลัวว่าหากไม่ตื่นตัวเช่นนี้ อาจทำให้สมองและประสาทในร่างกายไม่สั่งงาน ก็เลยขับรถเหมือนเล่นอยู่ใน Simulator อย่างไง อย่างงั้น แต่ที่ยิ่งกว่า!!! เห็นแล้วก็ให้อึ้งไป เพราะบางคนที่ทำผิดกฏจราจรอย่างไม่น่าให้อภัย ดันเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจในบ้านเมืองเราที่ขับรถมอเตอร์ไซด์ตำรวจ แต่งกายตำรวจอยู่แท้ๆ แต่ดันสวนทาง แถมข้ามเลนจากขวามาซ้ายโดยไม่ใส่ใจมองหน้ามองหลังกันเล้ย! ทำให้คนที่ขับมาอย่างถูกต้อง (เช่นข้าน้อย) เกือบต้องช๊อคตายเพราะจะชนเอาตำรวจขาใหญ่ที่ขับรถผิดกฎซะเอง!!!!!
ชั้นเองก็ไม่ใช่คนขับรถดี ถูกกฎวินัยจราจร เป๊ะเป๊ะ แต่อย่างน้อย เมื่อได้อ่านเจอประโยค ดังข้างต้น ....(ที่เป็นหัวข้อเรื่องอ่ะค่ะ) ชั้นก็รู้สึกสำนึกได้ในบัดดล แล้วก็พยายามขับรถอย่างระมัดระวังมากยิ่งขึ้น เพราะชั้นอยู่ในสังคมที่เจริญแล้ว (แม้บางครั้งจะเจริญแต่ทางด้านวัตถุก็ตาม) และในเมื่อชั้นไม่ได้เป็นคนที่มีความสามารถทางกีฬาหรือทางใดๆ ก็แล้วแต่ที่จะนำชื่อเสียงมาให้ชาติได้ ชั้นก็ถือว่า การทำตัวให้อยู่ในวินัยจราจรที่ดี คงพอทำให้คน (บนท้องถนน) อื่นๆ รู้สึกดีว่าอย่างน้อยคนในชาตินี้ก็รู้จักวินัยขั้นพื้นฐาน....โดยไม่ต้องให้เด็กประถมมามองหน้าด้วยความไม่เข้าใจ ว่าทำไม..ผู้ใหญ่..ถึงไม่รู้จักกฎระเบียบวินัยที่ถูกต้องของการจราจร ที่โรงเรียนเค้าสอนกันมาตั้งแต่ ประถม!
edit @ 27 Jan 2009 00:05:30 by A-ki
edit @ 9 Feb 2009 20:25:23 by A-ki
posted on 05 Jan 2009 23:33 by lamai
เข้าสู่ปีใหม่แว้ววว...ผ่านมา 4 วัน ป่วยไป 2 วัน นอนซมอยู่บ้าน สนุกจิงๆๆๆๆ (ประชดนะเนี้ย)ปีนี้เป็นอีกปีที่ไม่ได้ออกเดินทางไปไหน จากที่วางแผนไว้ซะสวยหรู ปรากฏว่าแผนการต้องมีอันล่มสลายไปซะเฉยๆ แต่ที่ล่มสลายก็มาจากตัวเองนี่แหล่ะเป็นต้นเหตุ....เพราะบ้างานเกินไปจนไม่ทันได้จองบ้านพัก หรือจองการเดินทาง ตั๋วรถไฟ รถยนต์และอีกมากมายตามแผนการของตนเอง .. สุดท้ายก็เลยกลายเป็นอยู่บ้านล่ะกัน สบายใจกันไป!
หลังจาก countdown ปาร์ตี้กับบรรดาสาวโฉด เอ้ย สาวโสดทั้งหลาย 555 เมื่อคืนวัน Countdown แล้ว นอกนั้นกิจกรรมก็ไม่ได้ทำอะไรพิเศษใดใด นอกจาก กิน นอน อ่านการ์ตูน ดูทีวี แล้วก็กลับมากิน แล้วก็นอนใหม่ ตื่นมาก็อ่านหนังสือแล้วก็ดูทีวีแล้วก็หลับ วัฏจักรเป็นเช่นนี้
การได้อยู่บ้านในช่วงนี้ก็ดีนะ เงียบดี 555 เหมือนที่เค้าพูดๆ กันว่ากรุงเทพฯจะเป็นเหมือนสวรรค์เลย ไปไหนมาไหนก็สะดวก ขับรถแป๊ปเดียว (ไม่ได้ขับเร็วน้า) ก็ถึงจุดหมายปลายทางแหล่ะ ดีจังผ่านไปได้ 2 วัน แล้วความสบายก็เปลี่ยนเป็น.. “หวัด” เฮ้อ ! จนตอนนี้ก็ยังมึนหัว และคัดจมูกไม่หายเลย เมื่อวานก็เล่นเอาหลับเป็นตาย นอนกินบ้านกินเมืองคงไม่พอ ต้องเรียกว่านอนกินประเทศกันเลยดีก่า ถึงจะเหมาะ
นอกเหนือจากการนอนอย่างไม่บันยะบันยังแล้ว ยังมีอีกกิจกรรมหนึ่งที่ควรจะทำตอนวันปีใหม่ เพราะเคยมีคนบอกชั้นว่า ในวันปีใหม่ให้เขียนเรื่องที่อยากทำในปีนี้ไว้ 5 เรื่อง แล้วพอถึงสิ้นปี ก็ค่อยเอากลับมาดูว่าเราทำได้มั้ย ชั้นก็เคยทำนะ แต่จำไม่ได้แหล่ะว่าทำเมื่อไหร่ แต่นานนนนนน มากกกกกกกกกกกกกกก แล้ว แหล่ะแล้วพอสิ้นปีย้อนกลับมาดู ปรากฏว่าทำไม่ได้ซักอย่าง 5555555 ปีนี้เลยมีความคิดว่าจะเขียนใส่ hi 5 นี่แหล่ะ ให้ประจาน เอ้ย ประกาศให้เห็นๆกันไป ดูซิจะทำได้มั้ย ..เป็นไง แน่จริงใช่ป่ะล่ะ555
- จะต้องมีซักครั้งในชีวิตที่ชั้นจะไปบาหลี à พฤษภานี้เจอกัน!
- อยากเก็บเงินให้ได้ซักที..คอนโดจ๋า รอป้าก่อนนะ
- อยากผอม..(กว่านี้) จะทำได้มั้ยเนี้ย
- อยากมีคนดีดี ซักคนมาอยู่ข้างๆ..อันนี้พระเจ้าคงช่วยไม่ได้ เฮ้อ!
- อยากมีงานที่ดีแบบนี้ไปนานๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ อันนี้ช่วยตัวเองด้ายยย
แล้วมาดูกันว่าปีนี้จะมีกี่ข้อที่จะทำได้น้า....แล้วเพื่อนๆล่ะคะ 5 เรื่องที่อยากทำในปีนี้เป็นอารายอ่ะ ...ลองดูซิคะ สนุกดีนะ วางแผนชีวิตที่ไม่ค่อยเป็นสาระอ่ะ ถนัดอยู่แล้น 55555 สวัสดีปีใหม่ทุกๆคนนะคะ love love jooop joooop
oooooop
edit @ 5 Jan 2009 23:43:18 by Akeera
edit @ 9 Feb 2009 20:25:44 by A-ki
posted on 30 Oct 2008 23:22 by lamai
ได้เดินทางไปทั่วประเทศเป็นครั้งแรก พร้อมกับภารกิจ การงานที่ตามติดตัว งานไม่ได้หนักหนาอะไร แถมยังสนุกสนาน เสียด้วยซ้ำ การเดินทางที่เห็นแต่ถนน รถตู้ กับเครื่องบินอยู่ตลอดเวลา นอนหลับไม่ซ้ำโรงแรม ให้ความรู้สึกแปลกๆ ชั้นรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังเริ่มออกเดินทางค้นหาอะไรซักอย่าง..(ที่ไม่ได้เกี่ยวกับงาน)...
การได้อยู่คนเดียว(จิงๆ แบบที่ไม่มีคน หรือเรื่องอะไรมาวุ่นในสมอง) ทำให้สมองว่างจากงาน แต่กลับวุ่นวายในความคิด คิด คิด แล้วก็คิด จนบางทีตัวเองยังตอบไม่ได้ว่าคิดอะไรอยู่ รู้แต่เพียงว่ากำลังคิด!!!
คิดถึงตัวเอง คิดถึงชีวิตข้างหน้า คิดถึงสิ่งที่ฝันเมื่อคืน และคิดถึง อื่นๆ อีกมากมาย
เมื่อเราเริ่มต้นคิด ก็มักจะหยุดไม่ได้ ชั้นไม่รู้ว่าตัวเองเริ่มเข้าสู่อาการคิดไม่ตกแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ บ่อยครั้งที่ปล่อยตัวเองนิ่งๆ ลอยๆ เหมือนคนไม่รู้จุดหมาย หรือแม้แต่ปล่อยน้ำตาให้ไหลไป อย่างไร้เหตุผลเช่นกัน
ชั้นอาจจะเป็นคนขี้เหงาที่บอกตัวเองว่า ไม่ได้เป็นอะไร
ชั้นอาจจะเป็นคนขี้แยที่บอกตัวเองว่า แค่เป็นคน sensitive
ชั้นอาจจะเป็นคนอ่อนแอที่บอกตัวเองว่า เข้มแข็งเข้าไว้
ชั้นก็เป็นแค่นั้นแหล่ะ แค่คนที่ต้องการบางสิ่งมาเติมเต็ม แต่เบื่อที่จะค้นหา เบื่อที่จะรอคอย และเบื่อที่จะต้องปลอบ และกอดตัวเองทุกครั้ง ที่หวัง..แล้วมันไม่ได้เป็นอย่างหวัง
อยู่ดีดีก็อยากร้องไห้ ไม่รู้ว่าเป็นอะไร เกิดเหงาอะไรขึ้นมา
อยู่ดีดีก็อยากร้องไห้ น้ำใสใสก็รินจากตา มันเหงา ไม่รู้ทำไม
มันเหมือนใจรอใครบางคน แต่ว่าเขาไม่มีตัวตน
ก็อยากมีคน นั่งมองดาวกับฉันบ้างใครบางคนคนนั้น คนที่เป็นห่วงฉัน อยู่ตรงไหน(อยู่ดีดีก็อยากร้องไห้-ตอง ภัครมัย)